เพราะเหตุไรปัจจุบันคนนิยมดูหนังออนไลน์บนสมาร์ทโฟนกันนะ

หนังออนไลน์ หากพูดถึงการ ดูหนังผ่านเน็ต ( See Movie Online ) ดูหนังออนไลน์ฟรี แล้วละก็ ไม่ใช่เรื่องใหม่เลยสำหรับคนประเทศไทย และทั่วโลกที่ใช้งานสมาร์ทโฟนกันอยู่แล้ว ซึ่งเรามีการดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตกันมาหลายปีมากมาย รวมทั้งคราวก่อนเราจะติดปัญหาด้านของจอที่เล็กมากมายกระทั่งมองไม่รู้เรื่อง ลำโพงเบาจนถึงเอามานั่งดูด้านนอกบ้านไม่ไหว อินเตอร์เน็ตที่มีข้อจำกัดสูง ความเร็วต่ำ ค่าสำหรับบริการอินเตอร์เน็ตสูงมาก ดูได้แป๊บก็กำเนิดอาการติดเพดาน แต่ในยุคนี้การดูหนังออนไลน์นั้นปรับปรุงไปไกลมากจนกระทั่งจุดที่เรียกว่าไม่มีอุปสรรคในการรับดูอีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้คนนิยมดูหนังออนไลน์บนสมาร์ทโฟน
พวกเราสามารถกดดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ และก็แท็บเล็ตได้ตลอดระยะเวลาเท่าที่พวกเราปรารถนา พวกเรามาเจาะลึกกันมองว่าการดูหนังผ่านเน็ตมีอะไรบ้าง ปฏิบัติงานยังไง เหมาะสมกับเครื่องไม้เครื่องมือแบบไหน รูปแสดงถึงการดูหนังออนไลน์นั้นเป็นที่นิยมสูงมากมายกระทั่งทีวีได้เอาช่องออนไลน์ไปใส่เอาไว้ภายในรีโมตแล้ว

มารู้จะกับขนาดของหน้าจอกัน
ขนาดของจอของอุปกรณ์ที่เราใช้งานนั้นมีผลอย่างยิ่งกับการรับดูในระยะประมาณหนึ่งฟุตจากตาของพวกเรา สิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือความละเอียดของหน้าจอที่เอาไว้รับดู ไม่ใช่ขนาดของหน้าจอว่าใหญ่มากแค่ไหน ถึงจอใหญ่มากยิ่งกว่าจะสามารถรับชมได้ดีมากว่า แต่ถ้าเกิดมีความละเอียดต่ำพวกเราก็จะแลเห็นภาพเป็นเม็ดๆแล้วไม่น่าดูดูเท่าไหร่ แล้วก็ในปัจจุบ้นเทคโนโลยีก็ได้ปรับปรุงไปก้าวหน้ามาก ซึ่งมีผลดีที่จะช่วยให้พวกเราดูหนังบนมือถือก้าวหน้าตามไปด้วย

ดูหนังออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟนความละเอียดสูง
ในตอนนี้คนแทบไม่ดูโทรทัศน์กันแล้ว แม้กระนั้นหันมามองผ่านสมาร์ทโฟนความละเอียดสูง ซึ่งพวกเราคงจะรู้จักกันแม้กระนั้นจอ HD เป็นมาตรฐานกันแล้ว ซึ่งก่อนหน้านั้นจอของโทรศัพท์เคลื่อนที่จะมีความละเอียดมาตรฐานอยู่ที่ 800 x 480 พิกเซล เรียกว่าแทบรุ่นปกติทุกรุ่นที่ออกมาในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาเป็นจอ 800 x 480 กันทั้งปวง แต่ด้วยความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีจนกระทั่งทำให้หน้าจอแพงถูกมากมายกระทั่งเวลานี้เราหาซื้อมือถือจอ HD ได้ในราคาพันกว่าบาทก็เลยทำให้เรามีโอกาสได้ใช้จอดีๆในราคาถูกมากสักเท่าไรนัก ซึ่งผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็สงสัยกันว่า HD ที่ว่าเป็นยังไง มันคือชื่อเรียกย่อของความละเอียดจอที่นับเม็ดภาพที่เอามาจาก แนวตั้ง x แนวยาว มีหน่วยเป็นพิกเซล ซึ่งจะไม่เกี่ยวว่าจอมีขนาด ดูหนังออนไลน์ 2020 4 นิ้ว, 5นิ้ว รวมทั้ง 6 นิ้ว เลย เพราะเหตุว่าความละเอียดนับที่เม็ดของภาพ ยิ่งจอมีขนาดใหญ่ขึ้นก็จะมีเม็ดที่ใหญ่ขึ้นด้วย นำมาซึ่งการทำให้ขอบของตัวหนังสือมองเป็นหยักๆ

หลังจากที่เราทราบแบบนี้แล้ว เรามาเริ่มดูหนังออนไลน์กันเลยดีกว่า เรื่องความชัดเจนของการรับชมนั้นก็ขึ้นอยู่กับความละเอียดของจอสมาร์ทโฟนที่เราใช้งานอยู่ด้วย แต่จะให้มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมคือการใช้งานกับหน้าจอ Full HD ที่สามารถทำให้เรามองได้แจ่มกระจ่างได้เหมือนกับการนั่งมองหน้าจอ 32 นิ้วเลย แล้วก็การดูบนจอสามร์ทโฟนนั้นยังถือจับพกพาสบายใช้งานง่ายแบบงี้ก็เลยไม่เเปลกหัวใจที่คนนิยมดูหนังผ่านเน็ตบนสามร์ทโฟนกัน

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล
การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ”
– ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle
– เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม
– ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่
– จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle
– แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า
– ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง
หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว

4 หนังญี่ปุ่น”เลือดสาด” สนุก สยอง แบบไม่ทันตั้งตัว!!

วันนี้เราจะมาแนว หนังออนไลน์ เลือดสากโหดๆของญี่ปุ่นกัน! หลายๆเรื่องในนี้อาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแต่รับรองว่าสนุกน่ากลัวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่กลัวเลือดแนะนำว่าอย่าดูดีกว่า เอาล่ะเรามาดูกันเลยว่าหนังในวันนี้มีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้างตามมาเลย..
1. As The Gods Will (2014)
เป็นหนังที่ไม่ได้สยองขนาดนั้นแต่เลือกจากกระจายแบบน่ากลัวเอามากๆ เป็นหนังที่รวมแล้วมันทั้งสนุกตื่นเต้นและลุ้นไปกับทุกๆตอนของเรื่อง เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากหนุ่มมัธยมปลายที่เกิดเบื่อชีวิตจึงร้องขอพระเจ้าเล่นๆว่า “ช่วยทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อทีเถอะ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าส่งเกมมาให้เด็กหนุ่มคนนี้เล่นบทง่ายๆก็คือ แพ้เท่ากับตาย แล้วเกมแต่เกมที่เล่นนั้นโหดและต้องใช้ไหวพริบ สุดท้ายแล้วผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นใครหรือจะไม่เหลือกันนะถ้าอยากรู้ต้องไปดู
2. Puzzle (2014)
เป็นเรื่องที่สร้างจากนิยายแสงด้วยความโรคจิตและความโหดเหี้ยมเอาไว้ในเนื้อเรื่อง เรื่องราวนั้นจะเป็นการแก้แค้นของชายคนหนึ่งกับวิธีการที่น่ากลัว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคารของโรงเรียน เธอก็รอด…แต่ในระหว่างที่เธอรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีกลุ่มคนสวมหน้ากากทานตะวันเข้าแก้แค้นให้กับเธอ บอกเลยว่าความสยองนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วแก๊งปริศนาทานตะวันนี้คือใครและทำไปเพื่ออะไรต้องไปติดตาม
3. Lesson of the Evil (2012)
เป็นหนังป่วยจิตที่นำเสนอความโหดได้ชวนผวา ทำให้เรารู้ว่าคนเรานั้น “รู้หน้ารู้หน้าไม่รู้ใจ” เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อคุณครูหนุ่มสุดหล่อแสนดีได้กลายเป็นคนโรคจิต ที่วันหนึ่งได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่านักเรียน คุณครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหนุ่มไฟแรงที่ทั้ง ฉลาด เก่ง รูปหล่อ จนเป็นที่รักของนักเรียน ภายใต้หน้ากากที่อ่อนหวานนั้นก็มีความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์เอาไว้ซ่อนเอาไว้ เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สนุกกับการฆ่าคนเป็นอย่างมาก และด้วยความฉลาดจึงทำให้ไม่โดนจับได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง? จะหักมุมแบบไหน?
4. The Last Supper (2005)
เป็นหนังที่ไม่ควรจะดูตอนกินข้าวเพราะอาจจะทำให้กินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว มีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของการกินมนุษย์สุดสยองของหนุ่มหล่อที่มีจิตไม่ปกติ พี่ชอบกินเนื้อผู้หญิงเป็นชีวิตจิตใจ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะว่าศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ ได้ทำการดูดไขมันของคนไข้ในระหว่างที่เอาไขมันแล้วจะเอาไปทิ้งอยู่นั้น ก็เกิดสนใจขึ้นมาว่ารสชาติของมันเป็นยังไง เขาจึงได้นำไขมันไปปรุงแล้วพบว่ามีรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่
แต่คำถามเขาก็ผุดขึ้นมาอีกเมื่อสงสัยว่าแล้วเนื้อมนุษย์น่ะจะอร่อยมากขนาดไหน แล้วไม่นานเขาก็ได้พบกับศพหญิงสาวที่ผูกคอตายจึงได้นำร่างนั้นกลับบ้านและชำเละเป็นอาหารในแบบต่างๆ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เสพติดการกินมนุษย์…

6 อันดับหนังที่ทำรายได้สูงสุด!! 2020

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการทำลายสถิติ ดูหนังออนไลน์ ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่จากค่าย Marvel Studio กับผลงามอย่างเรื่อง Avengers End Game กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในโลกตอนนี้ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วหรือเคยดูมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำรายได้ไปเท่าไหร่…วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปดูว่าหนังที่ทำรายได้ตลอดกาลนั้นมีเรื่องไหนบ้าง
1) Avengers : End Game
ทำรายได้ไป : $2,795.9 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังภาคจบของอเวนเจอร์ เป็นการรวมเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มาไว้มากที่สุด ซึ่งจะต้องมาต่อสู้กับตัวร้ายที่จะมาทำลายโลก แล้วด้วยเนื้อเรื่องที่ดีจึงกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดนั่นเอง
2) Avatar
ทำรายได้ไป : $2,789.7 ล้านเหรียญฯ
หนังไซไฟสุดแปลกพิสดารเหนือจินตนาการของผู้กำกับอย่าง James Cameron เคยสร้างภาพยนตร์สุดคลาสสิคและเป็นตำนานอย่าง ไททานิค ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของแฟนๆมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมในปี 2009 ด้วยทุนสร้างอยู่ที่ 237 ล้านเหรียญฯ
3) Titanic
ทำรายได้ไป : $2,187.5 ล้านเหรียญฯ
เรือสำราญยักษ์ล่มที่ฆ่าชีวิตไปนับไม่ถ้วน ที่ได้ถูกมาทำเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับตำนานอย่าง James Cameron แล้วถือว่าเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดให้กับพระเอกอย่าง ลีโอนาโด อีกด้วย ตัวหนังนั้นได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 1997 ในทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ
4) Star Wars : The Force Awakens
ทำรายได้ไป : $2,068.2 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังที่สร้างมาแล้วไม่รู้กี่ภาคต่อกี่ภาคและยังเป็นเรื่องที่ทำเงินดีได้ตลอดกาล เพราะด้วยฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียง 306 ล้านเหรียญฯ
5) Avengers : Infinity War
ทำรายได้ไป : $2,048.4 ล้านเหรียญฯ
เป็นภาค 3 ของหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel ครั้งนี้ที่เราตัวละครจะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นหนังที่ใช้ระยะเวลาปูทางมายาวนานถึง 10 ปี และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หนังเข้าฉายเมื่อช่วงเดือนเมษายนในปี 2018 ซึ่งครบรอบ 10 ปีพอดีตั้งแต่ไอรอนแมน ภาคแรกกับทุนสร้างแค่ 400 ล้านเหรียญฯ
6) Jurassic World
ทำรายได้ไป : $ 1,671.7 ล้านเหรียญฯ
เป็นเรื่องตำนานสวนสนุกไดโนเสาร์ที่เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนที่ยังมีซากที่หลงเหลืออยู่จากภาคเก่า ภาคนี้พระเอกที่กำลังฮอตจากหนังแก๊งผู้พิทักษ์จักรวาลสุดป่วน Chris Pratt มารับบทนำ ตั๋วเข้าหนังฉายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียงแค่ 150 เหรียญฯ

5 ภาพยนตร์ ที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิตคุณ ไปตลอดกาล

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับ หนังออนไลน์ 2020 ที่จะเปลี่ยนมุมมองชีวิตคุณไปตลอดกาล มันไม่ได้ดูแล้วสนุกตลกหรือประทับใจไปกับมัน แต่คุณจะได้รับแง่คิดที่จะสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตได้เป็นอย่างดี เรามาดูกันเลยว่าหนังออนไลน์เหล่านั้นมีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ
( 1 ) The Pursuit of Happiness
เป็นเรื่องราวของเซลส์แมนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับงานขาย จนเขาต้องตกอยู่ในสภาพคนไร้บ้านในคราบเซลล์แมน แค่ลำพังตัวคนเดียวนั้นไม่เท่าไหร่แต่เขาจะต้องเลี้ยงลูกน้อยอีกหนึ่งชีวิตไปด้วย และเขาก็ได้เปลี่ยนความลำบากนี้ให้กลายเป็นแรงสู้ให้มีความพยายามที่จะประสบสำเร็จให้ได้ ชีวิตของเขาและลูกจะเป็นยังไงนั้นต้องไปดู
( 2 ) The King’s Speech
เป็นหนังดีที่เนื้อเรื่องว่าด้วยการเอาชนะตัวเองของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งได้มีโรคประจำตัวคือการพูดติดอ่าง แต่จุดสำคัญที่วันหนึ่งพระเจ้าจอร์จที่ 6 ต้องพูดครั้งสำคัญที่สุดเพื่อปลุกระดมคนทั้งชาติ เพื่อให้คนทั้งชาตินั้นมีความหวังและมีพลังในการใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสงคราม นั่นจึงทำให้พระองค์ต้องฝึกฝนทุกทางเพื่อเอาชนะโรคติดอ่างที่มีอยู่
( 3 ) 50/50
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพร่างกายของตัวเองมาตลอด แต่แล้ววันหนึ่งเขาก็ต้องพบว่าตัวเองเป็นโรคมะเร็งไขสันหลังและมีโอกาสรอดเพียงแค่ 50/50 เท่านั้น แต่การที่เขาจะท้อแท้กับชีวิต…กลับลุกขึ้นมาใช้ชีวิตแบบคนปกติ ให้สนุกสนานกับเพื่อนใช้ชีวิตแบบไร้จำกัด เป็นการใช้ชีวิตแบบเต็มร้อยเต็มเหวี่ยง แต่กลายเป็นว่า…มีปาฏิหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เขามีชีวิตนานมากขึ้น
( 4 ) The secret life of walter mitty
เป็นหนังที่เกี่ยวกับชีวิตการทำงานของหนุ่มออฟฟิศคนนึง ที่วันๆ…ทำแต่งานอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมไม่ออกไปไหน แล้วจู่ๆก็มีเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล เพราะเหตุการณ์นั้นมันเปิดโอกาสให้เขาได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ได้ไปทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ได้ไปสัมผัสสิ่งที่พนักงานออฟฟิศน้อยคนนักที่จะได้ไป
( 5 ) A Beautiful Mind
เป็นเรื่องราวของชายผู้มีความสามารถในเรื่องของการคำนวณ จนทำให้เค้านั้นได้เป็นนักวิชาการแล้วสอนคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นที่ยอมรับในความเป็นอัจฉริยะของเขา อ่านแล้วเพราะความอัจฉริยะและหมกมุ่นกับคณิตศาสตร์จนเกินไปจึงทำให้เขากลายเป็นคนที่ติดอยู่ในโลกจินตนาการ เขาล้มตัวลงและสร้างเพื่อนที่ไม่มีตัวตนขึ้นมาจริงๆ จนบางอย่างที่สำคัญได้ดึงเขาออกมาจากโลกแล้วกลับมาอยู่ในโลกปัจจุบันอีกครั้ง มีชีวิตที่ปกติและกำลังใจจากครอบครัว

หนังออนไลน์แนวไหนน่ะ ที่เหมาะกับตัวคุณ?

แนวของ หนังออนไลน์ สามารถบ่งบอกได้ว่าตัวคุณมีลักษณะนิสัยแบบไหน และแนวหนังประเภทไหนที่เหมาะสมกับตัวคุณเองบ้าง ต้องบอกเลยว่าหนังออนไลน์สมัยนี้หรือหนังมักจะสร้างออกมาให้คาดเดาได้ยาก มีความซับซ้อนทำให้รู้สึกน่าค้นหาและน่าติดตามมากขึ้น หนังหลายๆเรื่องก็มักจะตรงกับความเป็นจริงของคนในสังคมไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ วันนี้เราจะมาแนะนำหนังที่น่าจะเหมาะกับตัวคุณ ซึ่งบางครั้งคุณอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังประเภทไหนที่เหมาะกับคุณเป็นอย่างมาก
หนังแนวไหนที่เหมาะกับตัวคุณ
1. แนวสยองขวัญ
คนที่ชอบดูแนวนี้จะต้องเป็นคนที่มีความสนใจเรื่องสิ่งเร้นลับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง หรืออะไรที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ เชื่อไหมคะว่าส่วนมากคนที่ดูหนังสยองขวัญมักเป็นคนกลัวผี แต่ถึงจะเป็นคนขี้กลัวก็พยายามบอกคนอื่นว่าไม่กลัว หนังประเภทนี้จะมีข้อดีตรงที่ช่วยกระตุ้นความรู้สึกให้มีชีวิตชีวา กระตุ้นความตื่นตัวของคนดูได้มากขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์อะไรก็จะสามารถรับมือได้ทันที เรียนรู้ได้ว่าสิ่งต่างๆบนโลกใบนี้ไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด มันมีทั้งด้านมืดและด้านสว่างเสมอ ใครที่เป็นโรคประจำตัวอยู่ก็อย่ามาดูล่ะเดี๋ยวก็หัวใจวายกันพอดี
2. แนวดราม่า
คนที่ชื่นชอบหนังแนวนี้จะเป็นคนที่มีลักษณะของคนใฝ่รู้ เป็นคนที่มักจะเข้าใจชีวิตดีกว่าคนวัยเดียวกัน ถ้าถามว่าคุณมักจะเป็นคนที่มีคนมาขอคำปรึกษาอยู่เสมอหรือเปล่า ถ้าใช่แสดงว่านี่คือแนวของคุณเลยจริงๆ เดาไม่ผิดคุณจะต้องเป็นคนที่ชอบให้กำลังใจชีวิตคนอื่น จึงทำให้คุณที่ทำให้คุณชื่นชอบหนังประเภทนี้
3. แนวซุปเปอร์ฮีโร่
หากคุณเป็นคนชอบดูหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่คุณจะต้องเป็นคนที่ชื่นชอบการผจญภัยอย่างแน่นอน อีกทั้งยังชอบความเปลี่ยนแปลง ความตื่นเต้นเร้าใจ แล้วบางคนก็ชอบมาหาแรงบันดาลใจเพื่อจะเขียนการ์ตูนใหม่ๆในนี้ เนื้อหาประเภทนี้ส่วนมากจะเป็นเรื่องของจินตนาการสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน วิทยาการใหม่ๆที่เห็นแล้วเรารู้สึกว่าอยากให้เกิดจริงมากๆ การได้ดูแนวนี้มันเหมือนกับได้ปลดปล่อยตัวเองอีกรูปแบบหนึ่ง
4. แนวตลก
ใครที่ชอบดูหนังประเภทนี้มักเป็นคนจิตใจดีแต่ไม่ค่อยถือสาอะไรมากมาย ถึงแม้ว่าจะโดนต่อว่าก็ไม่ค่อยโกรธ เป็นคนเรื่อยๆไม่ชอบการทะเลาะวิวาท เรียกง่ายๆว่าเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่ายชอบทำให้คนอื่นหัวเราะเพราะตัวเองเป็นคนชอบเสียงหัวเราะนั่นเอง การดูหนังแนวตลกจะทำให้คุณรู้สึกว่าผ่อนคลายและลดความกดดันต่างๆได้ดี ต้องบอกเลยว่าหนังตลกถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมจากทุกเพศทุกวัยเอามากๆ ยิ่งคนที่มาดูกับเพื่อนเยอะๆก็ยิ่งทำให้หนังสนุกมากขึ้น
5. แนวรักโรแมนติก
คนที่ชอบดูหนังแนวนี้ที่เกี่ยวกับความรักที่แสนหวาน มักจะเป็นคนที่ช่างฝันเอามากๆ หากต้องการจะดูหนังแนวนี้แนะนำว่าให้ดูกับคู่รักหรือกำลังออกเดท ก็จะเป็นอีกอารมณ์นึงที่ฟินมากขึ้นในการดูแนวรักโรแมนติก แน่นอนเลยว่าสาวๆที่ดูเรื่องนี้ก็มักที่จะอยากมีชายหนุ่มดีๆสักคนเหมือนในหนัง จนบางทีก็ดูหนังไปก็แทบไม่อยากจะตื่นจากฝันขึ้นมาเลย

หนังออนไลน์หักมุม ที่บอกเลยว่าอึ้ง! จนพูดไม่ออก

หนังออนไลน์ แนวหักมุมเป็นแนวที่หลายคนชื่นชอบดูแนวนี้ เพราะมันเป็นแมวที่รู้สึกว่าเดาทางไม่ค่อยจะถูกมีอะไรให้ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ ใครที่เบื่อภาพยนตร์แนวแบบเดิมๆก็ลองเปลี่ยนแนวมาดูแนวนี้บ้าง เพื่อที่จะได้ดูหนังหลายๆแนวไปในตัวอีกด้วย แต่บางคนก็ไม่ชอบหนังแนวนี้เอาซะเลยเพราะคิดว่าเป็นอะไรที่ขาดใจจนเสียอารมณ์ แต่บอกเลยค่ะว่าความสนุกของเนื้อหามุมก็คือการเดาเรื่องไม่ได้คาดเดาไม่ถูก วันนี้เลยมีหนังแนวหักมุมที่บอกเลยว่าต้องอึ้งจนพูดไม่ออก มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนบ้างที่เพื่อนๆดูแล้วหรือยังไม่ได้ดูกัน
1. Shutter Island
ในเนื้อหาของเรื่องนั้นชวนให้ปวดหัวและมีความลึกลับ อีกทั้งนักแสดงภาพยนตร์อย่าง ลีนาโด ที่ทำให้เนื้อเรื่องนั้นน่าติดตามและยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้น ในเรื่องจะเล่าเกี่ยวกับตำรวจแผนกสืบสวนที่เดินทางไปที่เกาะ นั่นก็เพราะจะไปตามล่านักโทษที่หายไปเพียงคนเดียว แต่ด้วยความกดดันในพื้นที่จำกัดอย่างเกาะ แล้วยังเจอกับฝนฟ้าที่ทำให้ต้องเดินทางล่าช้ามากขึ้นในการทำคดีนี้ แต่เรื่องราวกลับไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เขาคิดเพราะเจอแต่ความลึกลับและคดีก็ยิ่งเป็นปริศนายิ่งขึ้น สุดท้ายแล้วความจริงจะเป็นยังไงตอนจบจะเป็นแบบไหนทุกคนจะต้องหาดู
2. Gone Girl
ในเนื้อเรื่องเป็นการหายตัวไปของผู้หญิงที่ชื่อว่า เอมี่ ที่เป็นภรรยาสาวสวยของ นิค ซึ่งหลักฐานทุกอย่างได้ชี้ไปที่สามีของเธอว่าเขานั่นแหละคือคนร้าย!! แต่นิคก็ปฏิเสธเสียงแข็งว่าเขาไม่ได้รู้เห็นถึงการหายตัวไปของภรรยาเขาเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วไม่เคยคิดที่จะทำการฆาตกรรมภรรยาตัวเองเลย สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง…มันมีอะไรเกิดขึ้นในความสัมพันธ์ของคู่นี้ หนังเรื่องนี้เป็นหนังหักมุมที่สนุก ที่ถ้าหากคุณได้ดูแล้วจะต้องอยู่ในดวงใจคุณอย่างแน่นอน
3. A Beautiful Mind
เป็นหนังหักมุมที่สุดยอดมากๆเลยในเรื่องนี้ ซึ่งคอหนังแนวนี้ห้ามพลาดเลยเด็ดขาดเพราะไม่ว่าจะเป็นจุดเฉลย การคลายปมของเรื่องนี้ต่างๆ เป็นอะไรที่อึ้งทึ่งเอามากๆ ในเนื้อเรื่องนี้ แนชเป็นหนุ่มอัจฉริยะที่ได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เขาเป็นคนที่คิดค้นสูตรสมการทางฟิสิกส์ออกมาได้อย่างไม่มีที่ติ เอาแบบนั้นจึงมีคนมาทาบทามให้เขาไปทำงานลับสุดยอดเพื่อถอดรหัสลับของศัตรู แน่นอนว่าเขาจะต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความรักไม่ให้ใครรู้แม้แต่คนเดียวแม้แต่ภรรยาของเขาเอง เพราะแบบนั้นเขาก็ได้หลงเข้าไปในโลกที่ยากจะก้าวออกมาจึงทำให้ครอบครัวและชีวิตของเขานั้นไม่เหมือนเดิม ชีวิตของเขาดูสับสนและน่าอึดอัดใจมากกว่าเดิม สุดท้ายแล้วเขาจะทำยังไงกับชีวิตของเขา
4. The Mist
เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหมอกลึกลับบางอย่างที่เข้ามาถล่มเมือง เหตุการณ์เกิดขึ้นก็เพราะว่ามีพายุมาถล่มเมืองจนเกิดเป็นหมอกหนาปกคลุมไปทั่ว อีกทั้งยังมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดมองไม่เห็นอยู่ในหมอกที่จ้องจะคอยกินคนในเมืองอยู่ตลอดเวลา ในเนื้อเรื่องจะเป็นการเอาตัวรอดของคน พวกเขาจะตัดสินใจออกจากที่ปลอดภัยหรือจะอยู่ที่เดิม การตัดสินใจของพวกเขานั้นกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าสัตว์ประหลาดด้วยซ้ำไป เรื่องนี้ขึ้นชื่อว่าจบได้แบบปวดใจเอามากๆ แถมยังขัดใจแบบสุดๆ

ดูหนังออนไลน์ หรือ โรงภาพยนตร์ แบบไหนที่สนุกกว่ากัน?

หลายๆอย่างได้เปลี่ยนไปในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของคนเรา หรือการ หนังออนไลน์ 2020 ที่เป็นการเปิดโลกใหม่ของการดูหนัง เมื่อก่อนนั้นถ้าหากคนนึงจะไปดูหนังก็ต้องไปหาเช่า cd หรือแผ่นมาดูซึ่งเป็นยุคโบราณมากเลยทีเดียวล่ะค่ะ แต่ในสมัยนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลยเพราะสามารถหาหนังดูได้เพียงแค่เป็นสมาชิกหรือบาง app ก็เปิดให้ดูฟรีอีกด้วย มันจึงกลายเป็นสิ่งที่เพิ่มความอิสระในการดูหนังมากขึ้น คนที่ชื่นชอบการดูหนังก็สะดวกสบายมากขึ้น แต่ถ้าให้พูดจริงๆเมื่อโลกอินเตอร์เน็ตเข้ามาหลายๆอย่างก็ถูกส่งผลกระทบในหลายๆด้าน ไม่เว้นแต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์อีกด้วย
หนังในโรงภาพยนตร์
การเข้าฉายหนังใหม่ๆในโรงภาพยนตร์นั้นถือเป็นช่องทางที่ทำให้เกิดรายได้มหาศาลต่อบริษัทผู้สร้างหนัง สิ่งที่ภาพยนตร์ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนกันนั่นก็เพราะว่ามีจอที่ใหญ่ยักษ์มีคุณภาพดี อีกทั้งยังมีระบบเสียงรอบทิศทาง บางโรงก็จะมีภาพ 3 มิติที่คุ้มค่าต่อการเสียเงินไปดูในโรงมาก ซึ่งการมาดูหนังในหนังในโรงภาพยนตร์นั้นมันเป็นฟิวส์ในการดูที่สนุกและคุ้มค่าในการมาดูมากๆ มันเหมือนกับว่าเราได้หลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง มันก็เลยเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจใช้เวลาร่วมกับเพื่อนฝูงหรือคนรักได้เป็นอย่างดี เพราะแบบนี้ทำให้การดูหนังในโรงนั้นยังคงไม่เสื่อมความนิยมลงไปง่ายๆ เพราะทุกคนยังตื่นเต้นที่จะเข้าไปดูในโรงทุกครั้ง
ดูหนังออนไลน์
ข้อดีที่ใครก็เห็นเลยก็คือการดูหนังที่บ้านนั้นก็จะประหยัดค่าตั๋วหนังไปเยอะ แถมยังประหยัดค่าเดินทางไปอีกด้วย อีกทั้งที่สำคัญเลยก็คือมีความเป็นส่วนตัวสูง เคยเป็นกันหรือเปล่าคะเวลาไปดูในโรงก็จะมีเด็กเตะเก้าอี้เราบ้างมีเสียงดังบ้างถ้าหากเจอคนไม่ดีในรอบนั้น ต้องบอกเลยว่าเป็นความรู้สึกที่แย่มากๆแถมสมาธิในการดูหนังก็ลดลงความสนุกก็ถดถอยเช่นกัน การดูหนังที่บ้านนั้นจะทำยังไงก็ได้ไม่มีใครมากวน จะเข้าห้องน้ำเมื่อไหร่ก็ได้จะเสียงดังแค่ไหนก็ไม่ต้องกลัว มี App มากมายที่คอยให้เป็นสมาชิกและดูได้อย่างจุใจ แต่ข้อเสียอย่างเดียวเลยก็คือเวลาหนังเข้าฉายใหม่มักจะไม่ได้รับการอนุญาตไปอยู่ในระบบพวกนี้ หนังที่ฉายเข้ามาใหม่ๆจะต้องเข้าโรงก่อนเป็นอันดับแรกถึงจะสามารถลง App ได้
อะไรๆก็ผ่านไปตามยุคตามสมัย ซึ่งทุกๆอย่างจะต้องตามเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ทัน ไม่อย่างนั้นก็จะตายเพราะเทคโนโลยีนั่นเอง แต่บริการออนไลน์สมัยนี้ก็ถือว่าเป็นข้อดีที่ทำให้คนรักหนังมีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น แต่พูดจริงๆเลยว่าจะดูหนังที่บ้านหรืออยู่ที่โรงหนังมันก็มีดีทั้ง 2 แบบ วันหนึ่งอาจจะเข้าโรงไปดูหรืออีกวันนึงอาจจะนอนชิวๆดูหนังอยู่ที่บ้านก็ได้

6 หนังดีแห่งยุค 90! ดูกี่ครั้งก็ยังประทับใจ

ความอมตะของ หนังออนไลน์ 2020 ดีๆนี้เลยก็ คือ ความประทับใจ สนุก ที่ไม่ว่าจะหยิบมาดูกี่ครั้ง..หรือผ่านไปกี่ปียังดีเหมือนเดิม! นี่ละคะคือความอมตะของหนังดี วันนี้เลยอยากจะพาทุกคนมาย้อนรอยหนังออนไลน์หนังยุค 90 ว่ามีเรื่องไหนบ้างที่น่าประทับใจและน่าหยิบมาดูเสมอ…
(1) Forrest Gump (1994)
เป็นภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมเรื่องนี้มักจะถูกหยิบมาพูดถึงอยู่บ่อยๆไม่ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหน เป็นอีกเรื่องนึงที่เป็นตำนานภาพยนตร์ทรงคุณค่าของโลก หนังนั้นเป็นแนวสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คนดูที่มีแง่มุมให้คิดหลากหลายด้านในการใช้ชีวิต ตัวหนังนั้นได้ 13 รางวัลออสการ์ และกวาดรายได้ถล่มทลายถึง 677.9 ล้านเหรียญอีกด้วย บอกเลยว่าเป็นอีกเรื่องนึงที่คุณไม่ควรจะพลาด
(2) Philadelphia (1992)
เป็นภาพยนตร์สุดดราม่าที่เข้มข้นโดยผู้กำกับโจนาธาน เด็มมี่ เป็นหนังที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องจริงของเจฟฟรีย์ โบเวอรส์ เนื้อเรื่องเกี่ยวกับทนายที่ถูกไล่ออกเพราะติดเชื้อ hiv จนมีคดีฟ้องร้องอันโด่งดังและฉาวตามมา นอกจากเนื้อเรื่องจะดีแล้วนักแสดงอย่างทอม แฮงค์ ในบทเกย์เป็นก็แสดงที่น่าทึ่งมากเลยทีเดียว
(3) Father of the Bride (1991)
เป็นภาพยนตร์เบาสมองที่รีเมคมาจากภาพยนตร์สุดคลาสสิคของผู้กำกับ วินเซนต์ มิเนลลี่ ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้นักวิจารณ์ต่างยกให้เป็นหนังที่ฟิวกู๊ด ที่ได้สร้างทั้งรอยยิ้มและน้ำตาได้อย่างลงตัวและอบอุ่นหัวใจ ประเด็นของเรื่องนี้จะเกี่ยวกับมุมมองความเป็นพ่อและแม่ที่มีต่อลูก เป็นหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัย…เป็นหนังครอบครัวอีกเรื่องหนึ่งที่น่าดู
(4) Cape Fear (1991)
เป็นหนังที่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ จอห์น ดี. แม็คโดนัลด์ และหนังคลาสสิคปี 1962 เรื่องได้พูดถึงปัญหาครอบครัวที่ใกล้จะล่มเต็มที มีความร้ายกาจเจ้าเล่ห์เพทุบายที่อยู่ในจิตสำนึกของมนุษย์ทุกคน เป็นภาพยนตร์ที่คมคายและจิกกัดได้เจ็บแสบมากๆ แต่ก็ยังสามารถให้แนวคิดและกระตุ้นจิตสำนึกให้คนดูได้เป็นอย่างดี
(5) Postcards from the Edge (1990)
นี่คือภาพยนตร์ตลกร้ายสุดคลาสสิก ที่ดัดแปลงจากนิยายของฟิชเชอร์ เป็นการหยิบช่วงหนึ่งของชีวิตเธอขึ้นมาเขียน ซึ่งหนังก็ได้เสียงตอบรับที่ดีจากนักวิจารณ์และผู้ชมในยุคนั้น บรรยากาศของหนังจะทำให้รู้สึก เศร้า ซึ้ง ตลก แสบ เป็นเรื่องที่ครบรสเป็นอย่างมาก สามารถดูได้เพลินๆ
(6) Clueless (1995)
เป็นหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายเรื่อง Emma หลังจากออกฉายก็ทำเงินไปได้ทั้งหมด 56.6 ล้านเหรียญจากการสร้างแค่ 12 ล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ด้วยเสียงตอบรับที่ดีนักวิจารณ์ได้บอกว่าเป็นเรื่องที่สดใหม่ไม่เหมือนใคร หนังเรื่องนี้ได้กลายเป็นกระแสอยู่พักนึงเพราะเรื่องแฟชั่นและสไตล์การแต่งตัวของนางเอก ที่สร้างอิทธิพลต่อคนดูเป็นอย่างมากในยุคนั้น

รู้หรือเปล่า? แค่ดูหนังออนไลน์ ก็สามารถถ่ายภาพได้เก่งขึ้น!

การดู ดูหนังออนไลน์ นอกจากจะได้รับความสนุกสนานแล้ว ก็สามารถเสริมทักษะให้กับตัวเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การดูหนังจึงเป็นการเสริมทักษะในการถ่ายภาพให้เก่งมากยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะช่วยอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันเลย
1. รายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
การใส่ใจในรายละเอียดความเข้ากันของเนื้อหาในภาพเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพสินค้า การถ่ายชุดบิกินี่ การถ่ายแต่งงาน บางคนก็อาจจะลืมในเรื่องการจัดของต่างๆที่ให้เข้ากับภาพ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมากถึงแม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆก็ต้องเก็บและใส่ใจ เพราะฉะนั้นลองดูภาพยนตร์ว่าเขามีรายละเอียดที่น่าดูกันตรงไหนบ้าง
2. ในเรื่องของอารมณ์ในภาพ
อารมณ์ของภาพสายตาต่างๆ ลองจำความรู้สึกละเอียดสีหน้าสายตาอารมณ์ที่ตัวละครใช้ในตอนนั้น การถ่ายภาพในลักษณะนี้จะต้องเข้าใจในเรื่องการสื่ออารมณ์และในการนำเสนออารมณ์ออกมาในนั้นด้วย จึงจะทำให้คนดูได้เข้าใจถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นมากขึ้น
3. การวางเฟรม
ในเรื่องของเฟรมภาพในโลกภาพยนตร์นั้นจะมีหลากหลายแบบมาก มากจนที่จะต้องลองเอามุมไปใช้ถ่ายภาพก็ได้ เช่น มุมการเล่าเรื่องของการท่องเที่ยวหรือเล่าบรรยากาศในเมือง ถ้าอยากถ่ายภาพสวยๆก็ลองสังเกตว่าเขาจัดเฟรมหรือวางมุมไหนถึงได้ถ่ายออกมาสวย
4. การเล่าเรื่องของภาพในหนัง
การเล่าเรื่องในหนังเป็นสิ่งสำคัญ ดูว่าในหนังนั้นมีการใช้คำพูดที่น่าสนใจไหม เนื้อหาในเรื่องต่อเนื่องเป็นเรื่องราวเดียวกันหรือเปล่า แล้วยิ่งเป็นเรื่องที่มีการเขียนรีวิวที่ต้องใช้ภาพในการนำเสนอนั้น ใครเป็นสารด้านนี้ก็ควรจะเรียนรู้จากตรงนี้ได้เป็นอย่างดี
5. การจัดแสงของหนัง
แน่นอนว่าภาพยนตร์มักจะไม่ใช้แสงธรรมชาติไปทุกตอน ยิ่งในบางตอนที่จะต้องถ่ายด้วยไฟเพิ่มแสงธรรมชาติไม่พอ ให้ลองสังเกตว่าเขาจัดไปลักษณะไหนหรือใช้แสงในรูปแบบไหน นั่นก็เพื่อนำเอามาปรับใช้กับภาพถ่ายของเรานั่นเองค่ะ
6. มุมกล้องในหนังภาพยนตร์
ภาพยนตร์แต่ละเรื่องก็ทำมุมกล้องออกมาดีมากๆ แต่บางเรื่องก็ทำให้มึนหัวเหมือนกัน นั่นแหละค่ะที่จะบอกก็คือมุมกล้องในการเล่าเรื่องแต่ละเรื่องนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป ลองดูว่าถ้าชอบมุมไหนเป็นพิเศษก็ลองหยิบมาใช้ดูบ่อยๆ ใครที่เป็นคนที่ชอบถ่ายวิดีโออยู่แล้วรับรองได้ว่าการดูหนังจะช่วยให้ชำนาญมากขึ้น
7. การใช้โทนสี
โทนสีในแต่ละเรื่องนั้นจะมีลักษณะสีที่แตกต่างกันออกไป การใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั้นจะทำให้ได้อารมณ์คนละแบบ ทำให้หนังนั้นดูโรแมนติก ดูเศร้า ดูน่ากลัวมากยิ่งขึ้น เมื่อคุณดูโทนสีในหนังเรื่องที่คุณชอบก็ลองจำโทนไว้แล้วนำมาใช้ดู