6 หนังซุปเปอร์ฮีโร่! แนวใหม่ๆที่คุณจะต้อง Wow!!

หนังแอคชั่นมันๆ ใครที่เป็นแฟนหนังแนวซุปเปอร์ฮีโร่บ้างค่ะ! ดูแล้วก็รู้เลยว่าแฟนหนังแนวนี้ต้องมีหลายคนมากแน่ๆ แต่หนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่เรามาแนะนำวันนี้ ไม่ได้เป็นของสอง Marvel และ DC นะ แต่บอกเลยว่าน่าดูอย่างแน่นอน ใครที่อยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศหนังฮีโร่แนวใหม่ๆบ้างละก็
เอาละค่ะ…เพื่อไม่ให้เสียเวลามากมาย เรามาดูกันเลยว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่น่าสนใจไม่แพ้กัน!
1 : Super (2010)
ถึงแม้จะเป็นหนังที่ไม่มีได้มีพลังวิเศษอลังการเหมือนของเรื่องอื่นๆ แต่เป็นการที่ชายคนหนึ่งได้เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Crimson Bolt ที่เป็นฮีโร่ผู้ผดุงคุณธรรม ที่ได้กลายเป็นแบบนี้ก็เพราะภรรยาของเขาได้ตกอยู่ในเงื้อมือของผู้ค้ายาเสพติด เขาจึงคอยจัดการกับเหล่านักค้ายาเสพติดทั้งหลาย ถึงแม้จะไม่มีพลังวิเศษ แต่ก็มีสิ่งที่เรียกว่า “ความตั้งใจ”
2 : RoboCop (2014)
เมื่ออดีตตำรวจ….ผู้ผดุงความยุติธรรม ได้ถูกเพื่อนตำรวจจที่ไม่ดีหักหลัง จนนำเรื่องราวไม่สู่การฆาตกรรมสุดโหด จุดเริ่มต้นของเค้าก็ได้เกิดขึ้น! เมื่อเขายังไม่ตายแต่ได้ถูกดัดแปลงจนกลายมาเป็น RoboCop และนั้นก็ทำให้เค้าได้กลายมาเป็นหนักปราบปรามเหล่าร้ายนั่นเอง
3 : The Crow (1994)
นักดนตรีพังค์ร๊อคที่กะจะวางแผนขอแฟนแต่งงานในคืนอาโลวีน แต่ดันโชคร้ายที่ทั้งคู่ถูกแก๊งโจรดักฆ่าซะได้! คู่หมั้นก็โดนถูกขมขืนอย่างทารุณในคืนก่อนวันแต่งงาน และจู่นักดนตรีพังค์ก็ได้ฟื้นคืนชีพมาจากหลุมศพ ด้วยการมีจุดมุ่งหมายในการล้างแค้นเท่านั้น!
4 : Dredd (2012)
มีมหานครแห่งสุดท้ายของโลก…หลังอารยธรรมต่างๆล่มสลาย “เดร็ด” เป็นตุลาการที่อันตรายที่สุดบนท้องถนนแห่งนี้ เพราะเขาสามารถจัดการกับอาชญากรได้อย่างเต็มที่ตามอำนาจที่ได้รับ แล้วในครั้งนี้เขาก็จะต้องร่วมมือกับผู้ช่วยของเขา เพื่อจัดการตัวปัญหา อย่างหัวหน้าพ่อค้ายาที่มีอำนาจที่สุดในโลก
5 : Hellboy (2004)
เป็นเรื่องราวของเด็กที่เกิดมาจากนรกที่ชื่อว่า “Hell Boy” แน่นอนเขาได้ถูกนำมาเพื่อจุดประสงค์ที่ชั่วร้าย ซึ่งได้ถูกกำหดให้เป็นผู้นำหายนะมาสู้การล้างโลก แต่เรื่องราวมันไม่เป็นแบบนั้น…เขาได้ถูกคนดีช่วยไว้และได้กลายมาเป็นฮีโร่ที่ปกป้องโลก
6 : The Incredibles (2004)
เป็นเรื่องราวของอดีตซุปเปอร์ฮีโร่ที่ต้องตกอับ พวกเเขาด้ใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆเหมือนกับคนทั่วๆไป แต่แล้วก็ได้พบกับโอกาส…เมื่อมีเสียงลี้ลับติดต่อให้เขาไปเกาะแห่งหนึ่งที่ห่างไกลผู้คน แล้วเขาก็ได้รับภาระกิจลับสุดยอด ที่มีโลกเป็นเดิมพัน!

ลุ้นจนตัวเกร็ง!! 5 หนัง ที่ดูแล้วจนนั่งไม่ติดเก้าอี้

คิดว่าหลายคนน่าจะชื่นชอบ หนังออนไลน์มันๆ แนวนี้เป็นจำนวนมาก ลุ้นระทึก ตื่นเต้น ปิดตาย กดดันแบบสุดๆ!! ให้ดูอะไรแบบนี้ก็ต้องรู้สึกตื่นเต้นและลุ้นจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ ใครที่กำลังมองหาหนังแนวนี้อยู่แล้วก็วันนี้จึงจะเอาหนังแนว ตื่นเต้น รุนแรง ดิบ เถื่อน ชนิดที่ว่าคุณต้องปิดตาดู!
5 | Don’t Breathe (2016)
“เสียงหายใจอาจทำให้คุณ…ตายได้” เป็นหนังที่ทำให้รู้สึกตื่นเต้นลุ้นมากจริงๆ หนังนี้ได้เล่าถึงวัยรุ่น 3 คนที่คิดจะหวังเข้าไปขโมยบ้านคนตาบอดที่เป็นอดีตทหาร แต่การเข้าไปปล้นในครั้งนี้กลับกลายเป็นเรื่องที่พวกเขาไม่คาดคิด เมื่อเจ้าของบ้านได้รู้ตัวว่ากำลังถูกปล้น! ชายตาบอดพรุ่งนี้จึงลุกขึ้นมาปกป้องทรัพย์สินและความลับบางอย่างของตัวเอง เกมไล่ล่าปิดตายที่ต้องสู้กับชายตาบอดจึงได้เริ่มต้นขึ้น
4 | You’re Next (2011)
เรื่องของหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ธรรมดาๆ ที่มีพ่อแม่ลูก 4 คนและแฟนของลูกอีก 4 คนมาฉลองครบงานแต่งในบ้านที่ห่างไกลจากตัวเมือง และพวกเขาก็ได้เจอฆาตกรโรคจิตที่หวังจะมาฆาตกรรมคนทางบ้าน ซึ่งเมื่อดูๆไปแล้วก็ไม่รู้ว่าแรงจูงใจอะไรถึงอยากจะฆ่าครอบครัวนี้ แต่ว่าความสุดยอดมันอยู่ตรงนี้เลย…เพราะฆาตกรมีแรงจูงใจและมีที่มาที่ไป หนังเรื่องนี้จึงเป็นอะไรที่ไม่ได้มีดีแค่ความระทึกขวัญเท่านั้น
3 | Hush (2016)
เรื่องราวของนักเขียนเสาร์ที่เป็นใบ้หูหนวกที่ชื่อว่า “แมดดี้” เธออาศัยอยู่บ้านคนเดียวกลางป่า และแล้วความซวยก็ได้มาเยือนเธอ เมื่อในคืนหนึ่งที่ฆาตกรโรคจิตปรากฏตัวมาเล่นเกมสั่นประสาทกับเธอ แค่กดหนังมาแบบนี้ก็รู้สึกกดดันแล้วเพราะตัวเองนั้นดันเป็นคนใบ้ที่หูหนวก แล้วอะไรล่ะที่จะทำให้เธอเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพราะตัวเธอเองนั้นก็ไม่สามารถที่จะขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย?
2 | Red Eye (2005)
เปิดมาหนังก็เล่าถึง “ลิซ่า” ที่เป็นผู้จัดการโรงแรมที่เก่ง เธอเป็นคนที่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้เป็นอย่างดี แล้ววันหนึ่งเธอถูกชายหนุ่มที่เธอเพิ่งรู้จักบังคับให้โทรศัพท์จากบนเครื่องบิน ให้ไปใช้อำนาจตำแหน่งงานสั่งเปลี่ยนห้องพักของลูกค้าประจำ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของประเทศ เหตุผลที่ชายผู้นั้นทำก็เพื่อจะลอบสังหารลูกค้าคนดังกล่าวได้ตามแผน การต่อสู้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น
1 | Green Room (2015)
เป็นหนังที่มีเนื้อเรื่องที่โหดสุดๆ แต่ไม่ใช่เป็นการทรมานเหยื่อ ในเนื้อเรื่องนั้นเกี่ยวกับวงพั้งค์ร็อก 5 คน ที่ดันเป็นพยานคดีฆาตกรรมในห้องพักนักดนตรี เลยโดนขังไว้ในห้องเพื่อรอเคลียร์เรื่องราวที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อกลายเป็นพยานในคดีฆาตกรรมมีหรอจะปล่อยให้มีชีวิตรอดไปได้ และแล้วเกมเอาตัวรอดสุดโหดก็ได้เริ่มต้นขึ้น

6 หนังออนไลน์แนวดราม่า ที่ดูแล้วได้แรงใจ!

ถึงแม้ว่า หนังออนไลน์ แนวดราม่านั้น….อาจจะดูแล้วปวดหัวแล้วไม่ได้สวยงามเหมือนแนวอื่นๆ นี่คือสิ่งที่หลายคนอาจจะคิด แต่จริงๆแล้วถึงแม้จะเป็นแนวดราม่าแต่มันก็เป็นแนวที่ ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ยังคงอยู่ในใจ และให้มุมมองการใช้ชีวิตต่างๆได้ดี
วันนี้เราเลยจะเอา 6 เรื่องแนวดราม่าที่ เมื่อดูจบแล้วจะให้คุณได้รับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างแน่นอน
1 : Seabiscuit
เป็นภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวกับการแข่งม้า ที่มีหมาตัวหนึ่งเกิดมาตัวเล็กแล้วมีตำหนิจึงไม่อยากมีใครรับไปเลี้ยง แต่ก็มีชายหนุ่มรูปร่างผอมเล็กคนหนึ่ง เขาตั้งใจที่จะรับม้าตัวนี้ไปฝึกและเลี้ยงดูมันด้วยความตั้งใจ จนได้กลายเป็นม้าแข่งที่ได้เรียนรู้ทั้งความพ่ายแพ้และชัยชนะร่วมกันกับเจ้าของ
2 : The Pursuit of Happiness
เป็นเรื่องราวของเซลส์คนหนึ่งที่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำงาน จนเขาต้องตกอยู่ในสภาพคนในบ้านในคราบของเซลส์แมน ก็อย่างว่าถ้าหากเขาเป็นอย่างนี้คนเดียวก็คงจะไม่เท่าไหร่ แต่เขายังมีลูกที่ต้องเลี้ยงอีกหนึ่งชีวิต และแล้วเขาก็ได้เปลี่ยนความลำบากนี้ให้กลายเป็นแรงฮึดสู้และพยายามที่จะประสบความสำเร็จให้ได้
3 : The King’s Speech
เป็นอีกเรื่องที่เป็นหนังดี เป็นเรื่องของการเอาชนะตัวเองของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ที่มีโรคประจำตัวคือการพูดติดอ่าง เขาได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะต้องปลุกระดมคนทั้งชาติให้มีความหวังและพลังในการใช้ชีวิตอยู่ในช่วงสงคราม ทำให้พระองค์ต้องฝึกฝนทุกทางเพื่อเอาชนะอาการติดอ่าง
4 : The Blind Side
เนื้อเรื่องสร้างจากชายหนุ่มที่เติบโตมาในช่วงที่มีการเหยียดสีผิวอย่างรุนแรง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขากลายเป็นคนไร้บ้านที่ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้าใส่ แต่ละวันหนึ่งก็มีครอบครัวหนึ่งที่ตั้งใจรับเขามาเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม เขาเลยตั้งใจตอบแทนครอบครัวนี้ด้วยการประพฤติตนเป็นคนดีและเป็นนักกีฬาที่ดีที่สุดเพื่อให้สังคมเปิดใจยอมรับนั่นเอง
5 : The secret life of walter mitty
ในหนังเรื่องนี้จะพาให้ทุกคนไปเรียนรู้การใช้ชีวิตการทำงานของหนุ่มออฟฟิศ ที่วันๆทำงานอยู่แต่ในห้องไม่ได้ออกไปไหน จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปตลอด และมันก็ได้เปิดโอกาสให้เขาได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ซึ่งระหว่างทางที่เขาได้เรียนรู้นั้นทำให้เขาย้อนกลับไปทำอะไรสนุกๆเหมือนอย่างที่เขาเคยทำในวัยเด็กอีกด้วย
6 : Up in The Air
เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่ทำงานเป็นตัวแทนบริษัทแจ้งปลดพนักงาน ซึ่งทำให้เขาจะต้องเดินทางไปทั่วโลกในแต่ละครั้งที่เขาทำหน้าที่เขาจะต้องรับมือกับอารมณ์เศร้าและความเกรี้ยวกรากของคนที่ถูกเลิกจ้าง แต่เมื่อตัดภาพมาในชีวิตจริงของเขาด้วยการที่เขาจะต้องเดินทางไปไหนมาไหนบ่อย เลยประสบปัญหากับเรื่องความสัมพันธ์ เมื่อการเดินทางทำหน้าที่เหมาะหลายเรื่องหลายอย่างที่ผู้คนไม่อยากจะยอมรับมัน แต่มันกลับกลายเป็นคำตอบที่ใช้ชีวิตให้กับเขาได้ในที่สุด

5 แนว “หนังอวกาศ” ดูกี่ทีก็สนุก!

หนังออนไลน์ แนวอวกาศแนวแปลงร่าง หลายคนน่าจะชื่นชอบกันเป็นอย่างมาก เมื่อนึกถึงดินแดนลึกลับที่อยู่ไกลออกไปในจักรวาลอันกว้างอย่างนี้ รวมกับความสงสัยที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกดวงดาวว่ามีอยู่จริงไหม? จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มีหนังอวกาศหรือไซไฟที่หลายคนชื่นชอบและดูกี่ครั้งก็ยังสนุกเสมอ วันนี้เราจึงคัดเลือกทั้งหมด 5 เรื่องบอกเลยว่าสนุกแบบถอนตัวไม่ขึ้นอย่างแน่นอน
1 : Armageddon วันโลกาวินาศ (1998)
เป็นหนังดีระดับตำนานมากๆกับภาพยนตร์เรื่องนี้ มันจะพาคุณไปลุ้นพร้อมกับเหตุการณ์วิกฤตของโลกที่ดาวหางขนาดใหญ่กำลังพุ่งเข้าหาโลกเราอย่างจัง แน่นอนว่าจะต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้นกับโลก ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะช่วยโลกไว้ได้เลยก็ คือ ทีมขุดเจาะของแฮร์รี่ สแตมป์ เขาเป็นทีมขุดเจาะ ซึ่งมีเวลาเพียง 18 วันเท่านั้นที่จะฝากความหวังฉันในการช่วยโลกเอาไว้ได้
2 : Gravity (2013)
เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของทีมนักบินอวกาศ 2 คน ที่มีหน้าที่ซ่อมบำรุงดาวเทียมนอกโลก ในระหว่างที่พวกเขาปฏิบัติภารกิจอยู่นั้นก็มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้น จนทำให้ยานอวกาศที่ใช้เป็นที่พักอาศัยก็เสียหายจากการติดต่อจากโลก ของพวกเขาก็ลอยไปอย่างความมืดเรื่อยๆจนรู้สึกว่าเขาหมดหนทางที่จะติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกแล้ว
3 : Europa Report (2013)
เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นจากภารกิจสำรวจดวงดาวที่ชื่อว่า ยูโรป้า ซึ่งได้รวบรวมทีมนักอวกาศ 6 คนที่มีฝีมือดีจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อออกเดินทางไปสู่ดาวแห่งนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้ว่าน่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่บนดาวนี้อย่างแน่นอน การเดินทางของพวกเขานั้นจะต้องใช้เวลาถึง 3 ปี นอกจากจะต้องสู้กับภาระกิจ ก็ยังจะต้องสู้กับสภาพร่างกายและจิตใจของพวกเขาด้วย บทสรุปนี้จะเป็นยังไงทุกคนต้องไปติดตาม
4 : Elysium (2013)
หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถ่ายทอดเรื่องราวของการแบ่งชนชั้นวรรณะของมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2159 ในปีนั้นโลกของเราเต็มไปด้วยกองขยะและมีจำนวนประชากรล้นโลก จึงทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายต่างๆเข้ามามากมาย กลุ่มมนุษย์ที่มีอันจะกินร่ำรวยมหาศาลก็ได้ใช้เงินหนีไปสร้างโลกใหม่ขึ้นมาในอวกาศ ตัวหนังได้เผยแพร่ชีวิตของหนุ่มคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันว่าจะขึ้นไปอยู่บนโลกใบใหม่นี้ โชคชะตาไม่เข้าข้างเขาเพราะได้รับกัมมันตรังสีอย่างรุนแรง เขาจึงมีชีวิตเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น จึงจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพาตัวเองไปยังโลกใหม่ให้ได้
5 : Oblivion (2014)
หนังเรื่องนี้มีส่วนผสมของหนังแอ็คชั่นผจญภัยและดราม่าความรักปนกันอยู่ เป็นเรื่องราวของมนุษย์ในโลกอนาคตหลังที่เกิดสงครามครั้งใหญ่ ถึงแม้ว่ามนุษย์จะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยสารกัมมันตรังสีและเศษซากต่างๆ ยังคงมีมนุษย์บางส่วนที่อยู่บนโลก โดยแจ็คที่มีภาระกิจต้องซ่อมโดนลบอยู่บนพื้นโลก จึงทำให้เขาได้พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในแคปซูล แล้วหลายเรื่องที่เขาสงสัยก็ค่อยๆถูกปลดผนึก

4 เรื่อง “หนังแอ๊คชั่น” ดูกี่ครั้งก็ยังมันส์ทะลุจอ!

หนังแอคชั่นมันๆ ที่หลายคนจะชื่นชอบเป็นอย่างมากก็คือแนว “หนังแอ็คชั่น” เพราะเป็นหนังที่ดูกี่ทีก็รู้สึกตื่นเต้นระทึกใจอยู่เสมอ อีกทั้งยังเป็นแนวหนังที่สามารถดูได้ทุกเพศทุกวัยอีกด้วย วันนี้เลยจะมาแนะนำหนังแอ๊คชั่น 4 เรื่อง ที่ดูกี่ครั้งก็ยังสนุก! มันส์ทะลุจอไม่มีเปลี่ยน!
1 : The Bourne Ultimatum (2007)
เป็นหนังเรื่องที่ 3 ในซีรีส์ Jason Bourne ที่ได้เล่าถึงบอร์นจากการสูญเสียคนที่เขารักไปในภาคที่แล้ว ในภาคนี้โดยเริ่มจากบอร์นที่พยายามติดต่อกับไซมอน ความน่าสนใจของภาคนี้ก็คืออยู่ที่การหักเหลี่ยมเฉือนคมกันระหว่างบอร์นและองค์กรที่เขาสร้างขึ้นมา ซึ่งนำไปสู่สถานการณ์ที่หน้ากดดันและคลิกไปมาอย่างคาดเดาได้ยากเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีฉากมันๆและสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงทั้งเรื่องอีกด้วย
2 : Mission: Impossible – Ghost Protocol (2011)
เรื่องได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อใดเจ้าหน้าที่หน่วย IMF ได้ถูกสังหารโดย ซาบีน มอโร เป็นนักฆ่าสาว หลังจากที่เขาได้ขโมยรหัสรับจากรัสเซียมาได้ หลังจากนั้นอีธานก็ได้รับการช่วยเหลือจากคุกรัสเซียเพื่อไปค้นหาเอกสารลับในพระราชวัง แต่แล้วภารกิจรับกลับจบลงด้วยความผิดพลาดจนทำให้ฮันท์ตกเป็นผู้ต้องหา และแล้ว…คำสั่งเริ่มต้น “ปฏิบัติการไร้เงา” โดยปราศจากความช่วยเหลือของ IMF ก็ได้เกิดขึ้น
3 : John Wick (2014)
จอห์น วิค คือ อดีตนักฆ่าฝีมือดีที่ตัดสินใจวางมือแล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่กับภรรยาสาวที่เขารัก ต่อมาภรรยาของเขาก็กลับเสียชีวิตลงด้วยโรคร้าย ทิ้งไว้สุนัขตัวน้อยตัวหนึ่งเพื่อให้ดูต่างหน้า แต่เรื่องราวก็ได้เริ่มต้นขึ้น….เมื่อเขาถูกหาเรื่องโดย ลูกชายของวิกโก้ หัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซีย ที่บุกเข้ามาทำร้ายจอห์นถึงในบ้าน อีกทั้งยังฆ่าสุนัขและขโมยรถของเขาไปอีกด้วย ก็คือจุดพลิกผันที่ปลุกวิญญาณนักฆ่าในตัวเขาให้กลับขึ้นมาล้างแค้นนั่นเอง!
4 : Kingsman-The Secret Service (2014)
เอ็กซี่ อันวิน เด็กหนุ่มที่พ่อของเขาเสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาได้ใช้ชีวิตไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาได้ถูกจับในข้อหาขโมยรถ หลังจากที่เขาถูกจับก็เลยได้ตัดสินใจ โทรไปขอความช่วยเหลือจากเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่บนเหรียญกล้าหาญของพ่อที่เสียไป เขาจึงได้เจอ แฮรี่ ฮาร์ท ที่เป็นสุดยอดสายลับจากองค์ที่พ่อเจาเคยทงานอยู่ จากนั้นแฮรี่ก็ได้ชักชวนให้เขาเข้าร่วมการทดสอบเพื่อหาสมาชิกคนใหม่ขององค์กร และนี่ก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของ เอ็กซี่ อันวิน
ทั้ง 4 เรื่องที่เป็นหนังแอ๊คชั่นนี้บอกเลยว่าดูกี่ครั้งก็ยังคงความสนุกไม่มีเปลี่ยน หรือไม่ว่าจะมาดูปีไหนๆความสนุกความมันส์เหล่านั้นก็ยังตื่นเต้นลุ้นอยู่ตลอดเวลา สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูทั้งสี่เรื่องนี้ก็แนะนำว่าให้ดูเลย คุณจะไม่ผิดหวังจากหนังแอ๊คชั่นที่เราได้แนะนำไปอย่างแน่นอน

ดูหนังออนไลน์ภาษาอังกฤษ เพื่อฝึกภาษากันเถอะ!

เวลาไปดู หนังออนไลน์ หรือหนังในโรงแบบไม่มี subtitle คงจะรู้สึกว่าฟังไม่รู้เรื่องหรือดูไม่เข้าใจว่าต้องการสื่ออะไรเลย หรือแม้กระทั่งการฟังเพลงแบบไม่มีคำแปลก็ไม่เข้าใจว่าเนื้อเพลงนั้นมีความหมายยังไง วันนี้เราอยากจะให้คุณทำความเข้าใจกับการดูแบบไม่มี subtitle กันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจภาษามากขึ้นและเป็นการฝึกฝนภาษาอังกฤษมากขึ้นนั่นเอง
ประโยชน์ของการดูหนังแบบไร้คำแปล
การดูหนังหรือฟังเพลงเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งรูปแบบภาษาอังกฤษที่ใช้กันในหนังนั้นเป็นสำเนียงและภาษาแบบดั้งเดิมของเขา การดูหนังแบบไร้คำแปลก็เป็นการฝึกสำเนียงภาษาอังกฤษ ฝึกการออกเสียงว่าเขาออกเสียงเป็นยังไงในความหมายนี้ เพราะบางทีการฝึกคุยกับคนไทยก็ไม่ได้สำเนียงแบบภาษาอังกฤษแท้ๆ ทำให้เวลาไปคุยกับชาวต่างชาติจึงทำให้คุยไม่รู้เรื่องเพราะออกสำเนียงผิดนั่นเอง แล้วถ้าหากดูหนังที่เป็นสำเนียงภาษาอังกฤษบ่อยๆแล้วเริ่มเข้าใจแล้ว ก็จะสามารถทำให้คุณสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ในโอกาสต่างๆได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
การฝึกภาษาแบบไม่มีคำแปลในหนังภาษาอังกฤษนั้น ถ้าคนที่คิดอยากจะฝึกแล้วเราก็แนะนำว่าให้เริ่มจากการดูหรือฟังเพลงที่สนใจก่อน การที่เราทำในสิ่งที่ชอบก็มักจะทำให้มีความสุขในการฝึกภาษาไปในตัวด้วย แนะนำว่าให้เริ่มดูหนังที่ใช้ภาษาง่ายๆไปก่อนเพื่อที่จะได้มีกำลังใจในการฝึก จากนั้นก็เริ่มดูหนังที่มีการใช้สำนวนยากขึ้นไปอีก แล้วเมื่อมีผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดมากขึ้นคุณก็จะเริ่มมีกำลังใจในการฝึกและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ ทำยังไงให้เข้าใจในบทสนทนาภาษาอังกฤษในหนังมากขึ้น ”
– ให้เริ่มฟังแบบไม่มี subtitle
– เมื่อดูจบแล้วไปรอบนึงก็ลองถามตัวเองว่าเข้าใจในสิ่งที่หนังได้พูดไหม
– ถ้าหากไม่เข้าใจก็ลองเดาบริบทการกระทำว่าเขาน่าจะพูดหรือสื่อถึงอะไรอยู่
– จากนั้นก็ทำการเปิดเพื่อดูและฟังอีกรอบพร้อมกับมี subtitle
– แล้วก็ดูว่าคำแปลกับสิ่งที่คุณได้ดูไปก่อนหน้านั้นมันตรงกันหรือเปล่า
– ก็ฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะชำนาญและเข้าใจได้เอง
หวังว่าในบทความนี้จะทำให้ทุกคนดูหนังภาษาอังกฤษได้มีความสุขมากขึ้น และเป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่ไม่ยากจนเกินไป เชื่อเถอะว่าถ้าหากได้ทำตามขั้นตอนที่เราได้บอกคุณไปแล้วก็จะสามารถดูหรือฟังภาษาอังกฤษได้ง่ายมากขึ้น วิธีนี้เหมาะกับคนที่ชอบดูหนังพร้อมกับอยากฝึกภาษาอังกฤษพร้อมกันไปด้วย เป็นการฝึกภาษาอังกฤษที่สนุกและได้ความรู้ไปในตัว

รวมหนังอนิเมชั่น “เด็กดูสนุก ผู้ใหญ่ดูยิ่งดี”

ดูหนังออนไลน์ แนวการ์ตูนอนิเมชั่น ถึงแล้วจะขึ้นชื่อว่า “การ์ตูน” ที่หลายๆคนคิดว่าทำไว้ให้เด็กดูเท่านั้น แต่บอกเลยว่าการ์ตูนเนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะแฝงไปด้วยแง่คิดและคติสอนใจมากมาย ที่สามารถดูได้ทั้งครอบครัวไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ บางครั้งบางสิ่งในจินตนาการเราก็ได้หลงลืมไปการ์ตูนเป็นสิ่งที่ช่วยเติมต่อในส่วนนั้น ถึงแม้การ์ตูนจะมีเนื้อหาที่ง่ายๆแต่ก็สามารถทำให้คุณหลงรักได้เหมือนกัน
วันนี้เราจะขอแนะนำรวมหนังอนิเมชั่นที่ดีที่สุด!! ที่จะทำให้คุณดูเพลินได้ทั้งครอบครัว เรามาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องอะไรบ้าง…
Wall-E | 2008
มนุษย์ได้ทิ้งโลกนี้ไปเพราะมนุษย์ได้ทำลายด้วยน้ำมือตัวเอง และสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่บนโลกมันก็คือหุ่นยนต์ตัวเล็กที่ภารกิจของเขานั้นก็เพื่อการเก็บกวาดโลก เพราะโลกได้เต็มไปด้วยขยะและมลพิษมากมาย แต่ก็มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับหุ่นตัวนี้เมื่อเขาได้ค้นพบเป้าหมายใหม่ในการใช้ชีวิต ที่เขาได้เจอกับหุ่นสำรวจสาวชื่อว่า อีฟ
INSIDE OUT | 2015
คุณอยากจะรู้ไหมว่า…ในร่างกายคนเรานั้นได้ถูกชักนำด้วยอารมณ์ต่างๆ ในเรื่องนี้เกิดขึ้นกับไรลี่ที่เติบโตขึ้นมาจากการชักนำด้วย ความสุข (เอมี่ โพเลอร์) /ความกลัว (บิล เฮเดอร์) / ความโกรธ (ลิววิส แบล็ค) / ความน่ารังเกียจ (มินดี้ คาร์ลลิ่ง) และความเศร้า (ฟิลลิส สมิธ) ทั้งหมดนี้ได้อาศัยอยู่บนสมองที่เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ในร่างกาย ซึ่งพวกเขาเหล่านี้คอยช่วยเหลือและแนะนำให้เธอผ่านชีวิตในแต่ละวันได้นั่นเอง
ZOOTOPIA | 2016
มหานครสุดทันสมัยของเหล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมแห่งซูโทเปีย มีทั้งแหล่งที่อยู่อาศัยอันหรูหรา ไม่ว่าจะเป็นใครจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ก็สามารถเป็นอะไรก็ได้เมื่ออยู่ในนี้ เรื่องดีๆเกิดขึ้นเมื่อจูดี้ได้เป็นกองตำรวจที่เป็นกระต่ายตัวแรกที่จะต้องอยู่กับเราสักใหญ่ที่บึกบึน นั่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเธอจึงต้องมุ่งมั่นในการพิสูจน์ตัวเอง ถึงแม้ว่าจะต้องร่วมมือกับสุนัขจิ้งจอก 18 มงกุฎก็ตาม
SPIRITED AWAY | 2001
เด็กหญิงวัย 10 ขวบ “จิฮีโร่” ได้นั่งรถมากับพ่อแม่ที่กำลังจะไปบ้านหลังใหม่ แต่ทั้งหมดก็ได้เกิดหลงทางขึ้นมาทำให้เจออุโมงค์ที่เมื่อเดินผ่านไปแล้วจะกลายเป็นอีกเมืองหนึ่ง พ่อแม่ของเธอก็ได้ถูกสาปให้กลายเป็นหมู ส่วนเธอก็ต้องติดอยู่ในโลกประหลาดที่มีสิ่งมีชีวิตแปลกๆ แต่ก็ได้ความช่วยเหลือจากฮาคุที่จะแนะนำหนทางการมีชีวิตรอดในเมืองนี้ให้เธอ และจะพาเธอกลับสู่โลกด้วย ซึ่งเรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นยังไงต้องไปติดตามดู!

7 หนังแอนิเมชั่น ที่ได้ข้อคิดในการใช้ชีวิต

หลายครั้งที่เราอยากจะหนีออกจากความเป็นจริง แล้วหันเข้าสู่โลกของแอนิเมชั่นหรือ ดูหนังออนไลน์เต็มเรื่อง แทน… เพื่อนๆรู้ไหมว่าในหนังแอนิเมชั่นหลายๆเรื่องได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับโลกของเราไว้มากมาย ไม่ว่าจจะเป็นการให้แง่คิด การรณรงค์สิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่แอนิเมได้ถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวภาพที่สวยงาม แต่แฝงไปด้วยแง่คิดต่างให้เราได้นำกลับไปคิด
วันนี้เราจึงรวมแอนิเมชั่นที่สะท้อนสังคม ความเป็นอยู่ และการใช้ชีวิต ที่ให้แง่คิดกับผู้ชม มาดูกันเลยค่ะว่ามีเรื่องไหนกันบ้าง…
1 : The Lion King (1994)
ระยะเวลา : 89 นาที
เป็นเรืองราวที่เกี่ยวเหล่าสิงโต ที่ตัวดำเนินเรื่องเป็นลูกของสิงโตตัวหนึ่งที่ชื่อว่า Simba ที่ภายในภาคหน้านั้น เค้าจะกลายเป็นราชาของสรรพสัตว์ และด้วยความซนและอยากรู้อยากเห็นของสิงโตตัวน้อยนี้ ก็กลายเป็นความเดือดร้อนที่จะต้องสูญเสียพ่อตัวเองไป
2 : Toy Story 3 (2010)
ระยะเวลา : 103 นาที
เชื่อว่าหลายคนก็โตมาพร้อมกับเรื่องนี้ ซึ่งในภาคนี้จะเป็นภาคต่อเมื่อของเล่นได้ถูกส่งไปผิดบ้าน แล้วดันไปอยู่ห้องใต้หลังคาของศูยน์เด็กเล็ก ทำให้ Woody และเหล่าเพื่อนๆของเล่น จะต้องงทำภารกิจในการกลับถึงบ้านให้ได้ก่อนที่ Andy จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย
3 : WALL·E (2008)
ระยะเวลา : 98 นาที
เป็นเรื่องของโลกที่ล่มสลายไปแล้วโดยที่…มนุษย์เป็นคนที่ค่อยๆทำลายโลกของตัวเอง แล้วก็ได้ย้ายไปอยู่บนอวกาศ โดยสิ่งมีหุ่นยนต์เก็บขยะเล็กๆอยู่บนโลกเพียงลำพัง แต่จุดเปลี่ยนแปลงก็ได้มาถึง อีกทั้งหุ่นตัวนี้ก็ยังเป็นหุ่นที่ตัดสินชะตากรรมของโลกอีกด้วย
4 : Up (2009)
ระยะเวลา : 96 นาที
เป็นเรื่องราวการเดินทางของคุณปู่ Carl ที่ติดลูกโป่งเต็มบ้าน เพื่อที่จะทำตามความฝันของภรรยาที่เสียชีวิตไป แต่แล้วในการทำแบบนั้น…ก็ทำให้ชีวิตของปู้นั้นนเปลี่ยนไป และการเริ่มผจญภัยก็ได้รเริ่มต้นขึ้น
5 : How to Train Your Dragon (2010)
ระยะเวลา : 98 นาที
เมื่อเด็กหนุ่มชาวไวกิ้งที่ดูเหมือนจะไม่มีความไวกิ้งในตัวเอง จะต้องล่ามังกรเพื่อพิสูจน์ความเข้มแข็งของตัวเองเพื่ออยากให้ผู้เป็นพ่อได้ภูมิใจ และอยากให้สาวที่ตัวเองชชอบยอมรับ จนได้ไปพบกับมังกรหายากเข้าตัวหนึ่ง เขาจึงได้รู้ว่าไม่ได้เกิดมาเพื่อฆ่ามังกร และอยากจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด
6 : Monsters, Inc. (2001)
ระยะเวลา : 92 นาที
เมื่อพลังของมอนสเตอร์หรือสัตว์ประหลาด ขึ้นอยู่กับการตกใจกลัวหรือเสียงกริ๊ดของเด็กๆ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเด็กๆเหล่านนั้นกลับไม่กลัวหรือตกใจกลัว มอสเตอร์ 2 ตัวเอกในเนื้อเรื่องเลย งานนี้ งานเข้าพวกเขา จึงจะต้องหาทางทำให้เด็กกลัวให้ได้
7 : Beauty and the Beast (1991)
ระยะเวลา : 84 นาที
เมื่อ เบลล์ ได้รู้ว่าพ่อของเธอได้ถูกอสูรที่อยุ่ในปราสาทจับตัวไว้ เธอจึงจะต้องเข้าไปช่วยพ่อของเธอให้ได้ และแล้วชีวิตเธอก็ได้เปลี่ยนไปเเมื่อได้พบกับอสูรตนนี้ อีกทั้งเธอก็ไม่รู้เลยว่าอสูรนั้นแท้จริงแล้วเป็นเจ้าชายรูปงามที่ถูกสาปซ่อนอยู่

4 หนังญี่ปุ่น”เลือดสาด” สนุก สยอง แบบไม่ทันตั้งตัว!!

วันนี้เราจะมาแนว หนังออนไลน์ เลือดสากโหดๆของญี่ปุ่นกัน! หลายๆเรื่องในนี้อาจจะผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้ว ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นแต่รับรองว่าสนุกน่ากลัวอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากว่าใครที่กลัวเลือดแนะนำว่าอย่าดูดีกว่า เอาล่ะเรามาดูกันเลยว่าหนังในวันนี้มีเรื่องอะไรที่น่าดูบ้างตามมาเลย..
1. As The Gods Will (2014)
เป็นหนังที่ไม่ได้สยองขนาดนั้นแต่เลือกจากกระจายแบบน่ากลัวเอามากๆ เป็นหนังที่รวมแล้วมันทั้งสนุกตื่นเต้นและลุ้นไปกับทุกๆตอนของเรื่อง เนื้อเรื่องเริ่มต้นขึ้นจากหนุ่มมัธยมปลายที่เกิดเบื่อชีวิตจึงร้องขอพระเจ้าเล่นๆว่า “ช่วยทำให้โลกนี้ไม่น่าเบื่อทีเถอะ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่พระเจ้าส่งเกมมาให้เด็กหนุ่มคนนี้เล่นบทง่ายๆก็คือ แพ้เท่ากับตาย แล้วเกมแต่เกมที่เล่นนั้นโหดและต้องใช้ไหวพริบ สุดท้ายแล้วผู้รอดชีวิตที่เหลืออยู่จะเป็นใครหรือจะไม่เหลือกันนะถ้าอยากรู้ต้องไปดู
2. Puzzle (2014)
เป็นเรื่องที่สร้างจากนิยายแสงด้วยความโรคจิตและความโหดเหี้ยมเอาไว้ในเนื้อเรื่อง เรื่องราวนั้นจะเป็นการแก้แค้นของชายคนหนึ่งกับวิธีการที่น่ากลัว เรื่องนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดอาคารของโรงเรียน เธอก็รอด…แต่ในระหว่างที่เธอรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลก็มีกลุ่มคนสวมหน้ากากทานตะวันเข้าแก้แค้นให้กับเธอ บอกเลยว่าความสยองนั้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเนื้อเรื่อง สุดท้ายแล้วแก๊งปริศนาทานตะวันนี้คือใครและทำไปเพื่ออะไรต้องไปติดตาม
3. Lesson of the Evil (2012)
เป็นหนังป่วยจิตที่นำเสนอความโหดได้ชวนผวา ทำให้เรารู้ว่าคนเรานั้น “รู้หน้ารู้หน้าไม่รู้ใจ” เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเมื่อคุณครูหนุ่มสุดหล่อแสนดีได้กลายเป็นคนโรคจิต ที่วันหนึ่งได้ลุกขึ้นมาไล่ฆ่านักเรียน คุณครูสอนภาษาอังกฤษเป็นหนุ่มไฟแรงที่ทั้ง ฉลาด เก่ง รูปหล่อ จนเป็นที่รักของนักเรียน ภายใต้หน้ากากที่อ่อนหวานนั้นก็มีความโหดเหี้ยมเกินมนุษย์เอาไว้ซ่อนเอาไว้ เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สนุกกับการฆ่าคนเป็นอย่างมาก และด้วยความฉลาดจึงทำให้ไม่โดนจับได้อย่างแนบเนียน สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จะเป็นยังไง? จะหักมุมแบบไหน?
4. The Last Supper (2005)
เป็นหนังที่ไม่ควรจะดูตอนกินข้าวเพราะอาจจะทำให้กินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว มีเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของการกินมนุษย์สุดสยองของหนุ่มหล่อที่มีจิตไม่ปกติ พี่ชอบกินเนื้อผู้หญิงเป็นชีวิตจิตใจ เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะว่าศัลยแพทย์หนุ่มหล่อ ได้ทำการดูดไขมันของคนไข้ในระหว่างที่เอาไขมันแล้วจะเอาไปทิ้งอยู่นั้น ก็เกิดสนใจขึ้นมาว่ารสชาติของมันเป็นยังไง เขาจึงได้นำไขมันไปปรุงแล้วพบว่ามีรสชาติที่อร่อยแปลกใหม่
แต่คำถามเขาก็ผุดขึ้นมาอีกเมื่อสงสัยว่าแล้วเนื้อมนุษย์น่ะจะอร่อยมากขนาดไหน แล้วไม่นานเขาก็ได้พบกับศพหญิงสาวที่ผูกคอตายจึงได้นำร่างนั้นกลับบ้านและชำเละเป็นอาหารในแบบต่างๆ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็เสพติดการกินมนุษย์…

6 อันดับหนังที่ทำรายได้สูงสุด!! 2020

หลายคนน่าจะรู้อยู่แล้วว่าการทำลายสถิติ ดูหนังออนไลน์ ซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่จากค่าย Marvel Studio กับผลงามอย่างเรื่อง Avengers End Game กลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในโลกตอนนี้ แต่บางคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีภาพยนตร์อีกหลายเรื่องที่อาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วหรือเคยดูมาก่อน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำรายได้ไปเท่าไหร่…วันนี้จึงอยากจะพาทุกคนไปดูว่าหนังที่ทำรายได้ตลอดกาลนั้นมีเรื่องไหนบ้าง
1) Avengers : End Game
ทำรายได้ไป : $2,795.9 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังภาคจบของอเวนเจอร์ เป็นการรวมเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่มาไว้มากที่สุด ซึ่งจะต้องมาต่อสู้กับตัวร้ายที่จะมาทำลายโลก แล้วด้วยเนื้อเรื่องที่ดีจึงกลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดนั่นเอง
2) Avatar
ทำรายได้ไป : $2,789.7 ล้านเหรียญฯ
หนังไซไฟสุดแปลกพิสดารเหนือจินตนาการของผู้กำกับอย่าง James Cameron เคยสร้างภาพยนตร์สุดคลาสสิคและเป็นตำนานอย่าง ไททานิค ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของแฟนๆมาแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมในปี 2009 ด้วยทุนสร้างอยู่ที่ 237 ล้านเหรียญฯ
3) Titanic
ทำรายได้ไป : $2,187.5 ล้านเหรียญฯ
เรือสำราญยักษ์ล่มที่ฆ่าชีวิตไปนับไม่ถ้วน ที่ได้ถูกมาทำเป็นภาพยนตร์โดยผู้กำกับตำนานอย่าง James Cameron แล้วถือว่าเรื่องนี้เป็นหนังแจ้งเกิดให้กับพระเอกอย่าง ลีโอนาโด อีกด้วย ตัวหนังนั้นได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปี 1997 ในทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญฯ
4) Star Wars : The Force Awakens
ทำรายได้ไป : $2,068.2 ล้านเหรียญฯ
เป็นหนังที่สร้างมาแล้วไม่รู้กี่ภาคต่อกี่ภาคและยังเป็นเรื่องที่ทำเงินดีได้ตลอดกาล เพราะด้วยฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ได้เข้าฉายเมื่อช่วงเดือนธันวาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียง 306 ล้านเหรียญฯ
5) Avengers : Infinity War
ทำรายได้ไป : $2,048.4 ล้านเหรียญฯ
เป็นภาค 3 ของหนังรวมซุปเปอร์ฮีโร่ของค่าย Marvel ครั้งนี้ที่เราตัวละครจะมีเพิ่มมากขึ้นเป็นหนังที่ใช้ระยะเวลาปูทางมายาวนานถึง 10 ปี และก็ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง หนังเข้าฉายเมื่อช่วงเดือนเมษายนในปี 2018 ซึ่งครบรอบ 10 ปีพอดีตั้งแต่ไอรอนแมน ภาคแรกกับทุนสร้างแค่ 400 ล้านเหรียญฯ
6) Jurassic World
ทำรายได้ไป : $ 1,671.7 ล้านเหรียญฯ
เป็นเรื่องตำนานสวนสนุกไดโนเสาร์ที่เปิดขึ้นมาอีกครั้ง ในตอนที่ยังมีซากที่หลงเหลืออยู่จากภาคเก่า ภาคนี้พระเอกที่กำลังฮอตจากหนังแก๊งผู้พิทักษ์จักรวาลสุดป่วน Chris Pratt มารับบทนำ ตั๋วเข้าหนังฉายเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมปี 2015 ด้วยต้นทุนสร้างเพียงแค่ 150 เหรียญฯ